วัดศรีคุณมือง จังหวัดหนองคาย
    ตั้งอยู่อยู่ อำเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย เดิมชื่อว่าวัดป่าขาว ท่านขุนพิพัฒน์ โภคา
เป็นผู้ริเริ่มสร้างอุโบสถและสร้างเจดีย์ธาตุ โดยเฉพาะพระอาจารย์สีทัตถ์ สุวรรณมาโจเป็นผู้เปลี่ยนชื่อวัด  
โดยอาศัยชื่อของโยมอุปถัมถ์วัดด้วยดีมาตลอด คือ นางคูณ ทวีพาณิชย์ ซึ่งเจดีย์ของนางคูณก็อยู่ในวัดฯ
ซึ่งได้สร้างเมื่อปี พ.ศง2476 

  หลวงพ่อพระสุก เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยชนิดสำริด ศิลปะล้านช้าง พุทธศตวรรษที่ 24 หน้าตัก 
กว้าง 91 เซนติเมตร สูง 114 เซนติเมตร ฐานกว้าง 94.5 เซนติเมตรประดิษฐานอยู่ที่วัดศรีคุณเมือง
สำรวจโดยกรมศิลปากร ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณวัตถุเมื่อ พ.ศ.2535 ในราชกิจจานุเบกษา
 
         
 
         
 
         
ศาลาหลวงพ่อสุข
   
  ศาลาแห่งนี้นี่เองที่เป็นแหล่งพักพิงให้กับสาูธุชนที่หลั่งไหล
มาทำบุญที่วัดในช่วงเทศกาลต่างๆไม่ว่าช่วงสงกรานต์หรือ
บั้งไฟพญานาคหรือช่วงเทศกาลอื่นๆ หลายๆคนคิดว่าสะดวกดีครับ
สำหรับการนอนวัดเพราะศาลาก็กว้างขวางพอดู ซึ่งทางวัดก็ไม่ได้
คิดเงินอะำไรเลยครับก็แล้วแต่ท่านผู้มีจิตศรัทธา ว่าจะช่วยบริจาก
ค่าน้ำค่าำไฟเท่าไหร่ ทางวัดไม่ได้เรียกร้องอะไรครับ


และขอฝากบอกบุญท่านร่วมกันทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อสมทบทุน
เพื่อบูรณปฏิสังขรณ์พร้อมกับสร้างห้องน้ำ-สุขาจำนวน 24ห้อง
ทอดถวายใน ปี 2552 

 ณ วัดศรีคุณเมือง ต.ในเมือง เขต 2 
 อ.เมือง จ.หนองคาย
 โทร.042-413192,042-460966
 มือถือ.085-6445517,089-7137651
     
ประวัติหลวงพ่อสุก
   พระพุทธรูปของ หลวงพ่อสุก วัดศรีคุณเมือง เมืองหนองคาย
  
ได้สร้างขึ้นรุ่นราวคราวเดียวกับหลวงพ่อพระเสริมและพระใส สมัยกรุงล้านช้าง ประเทศลาว โดยพระธิดาที้ง3พระองค์ชื่อ สุก -เสริม ใส เป็นผู้สร้างขึ้นแล้วนำเอาพระนาม มาตั้งชื่อให้ และในสมัยต่อมา
จะนำพระพุทธรูปทั้ง3 พระองค์นี้มาประดิษฐาน ณ เมืองหนองคาย จึงได้นำลงแพเพื่อล่องลอยมาตามลำน้ำโขง พอมาถึงบ้านหนองกุ้ง หนองแก้ว บริเวณปากน้ำงึม และเกิดพายุพัดกระหน่ำจนแพแตก ทำให้
หลวงพ่อพระสุก ตกลงไปในลำน้ำโขงบริเวณนั้นชาวบ้านเรียกว่า "เวินพระสุก"  จนปัจจุบันแลยได้แต่พระเสริม พระใสมาประดิษฐานโดยพระใสประดิษฐาน ณ วัดโพธิ์ชัย อ.เมือง จ.หนองคาย พระเสริมได้
ประดิษฐาน ณ วัดปทุมวนาราม จ.กรุงเทพ ส่วนพระสุก แห่งวัดศรีคุณเมืองได้สร้างขึ้นเพื่อเป็นองค์แทนพระสุกที่จมลงในแม่น้ำโขง โดยพระอาจารย์สุทัตถ์ สุวรรณมาใจ เมื่อปีพ.ศ.2420 พระผู้มีอิทธิฤทธิ์
และพระอาจารย์สุทัตถ์ สุวรรณมาโจ ก็ได้อัญเชิญดวงวิญญาณพระสุกให้สิงสถิตย์อยู่ในพระพุทธรูปที่สร้างขึ้นแทนพระองค์ที่จมอยู่ในแม่น้ำโขง ผู้อุปถัมภ์ในการสร้างคือ ท่านขุนพิพัฒน์ โภคา พระสุกจึงได้
ประดิษฐานอยู่ในวัดศรีคุณเมืองจึงได้เรียกว่า "หลวงพ่อพระสุก" ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาซึ่งพระพุทธรูปหลวงพ่อพระสุกปัจจุบันประดิษฐานในพระอุโบสถวัดศรีคุณเมือง จังหวัดหนองคาย

   "ความศักดิ์ของหลวงพ่อพระสุก" 
ก็ได้มีพระเกจิอาจารย์ได้มาพักค้างคืนที่วัดศรีคุณเมือง บอกว่าได้นั่งสมาธิถอดจิตพูดคุยสนทนาธรรมกับ องค์หลวงพ่อพระสุกทั้งคืน ถามว่าสนทนาเรื่องธรรมะและอีก
เรื่องได้จาก แม่ชีดวน รันต์จันทร์ ได้เล่าให้ฟังว่าสมัยหนึ่งคุณแม่สุก ซึ่งเป็นแม่ของมอนและเป็นภรรยาของพระยาปทุมเทวาภิบาล เจ้าเมืองหนองคาย ได้ไปบนบานศาลกล่าวขอลูกกับองค์หลวงพ่อพระสุกเพื่อให้
มีบุตรแก่นายอ้วนและนางบุญมา รันตจันทร์ สองสามีภรรยา ซึ่งได้แต่งงานกันมาถึง12ปี ไม่มีบุตรเมื่อมาขอไปแล้วเกิดมีบุตรให้กับนายอ้วนและนางบุญมา รัตนจันทร์ จริงๆสมความปรารถ จึงได้ผูกลูกตนเองเป็น
บุตรบุญธรมของหลวงพ่อพระสุกและตั้งชื่ว่า นางดวน รัตนจันทร์(แม่ชีดวน)ขณะที่ผู้เขียนประวัติ แม่ชีดวนอายุได้ 83 ปีได้บวชอยู่ที่วัดเนินพระเนาวนารามจังหวัดหนองคาย ซึ่งได้มากราบไหว้หลวงพ่อพระสุก
แม่ชีดวนเป็นผู้เล่าให้ฟังเลยได้บันทึกไว้และนอกจากนี้ก็ได้มีคนจำนวนมากมาบนบานศาลกล่าวกกับหลวงพ่อพระสุกอยู่เป็นประจำก้ได้ประสบผลสำเร็จดั่งที่หวัง เป็นจำนวนมากก็ด้วยอาศัยความศักดิ์ศิกดิ์ของหลวงพ่อ
พระสุกนี้เองจึงขอเรียนเชิญท่านไปการาบไหว้บูชาได้ทุกโอกาส

   ได้มีผู้คนชาวคุ้มวัดศรีคุณเมือง เล่ากันว่าหากอัญเชิญหลวงพ่อพระสุกหรือนำหบวงพ่อพระสุกออกไปจากอุโบสถตากแดดไม่เกิน 3 วันก็จะทำให้เกิดพายุเกิดลม เกิดฝนตกลงมาอย่างน่าอัศจรรย์ เรื่องนี้ก็อาศัย
การเล่าสืบต่อกันมาเพราะหลวงพ่อพระสุกท่านชอบเย็น ท่านจึงได้จมอยู่ในแม่น้ำจะถูกแดดไม่ได้และเป็นเรื่องอัศจรรย์อย่างหนึ่ง ตามที่ผู้เขียนประวัติได้สังเกตมาหลายครั้งเหมือนกัน เมื่อวัดศรีคุณเมืองจัดงานบุญ
ทีไรก็มักจะมีฝนตกลงมาทุกที ไม่ว่าหน้าแล้งหรือหน้าฝน