กลับไปหน้าหลักโกออน
          
ผาหมากดูก 
บนภูกระดึงนี้ เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงามไม่แพ้ ผาหล่มสักนะครับ เดินไม่ไกลจากที่พัก
เท่าไหร่ครับราว2.3กม.ครับเรียกว่าเดินสบายๆ ไม่เหนื่อยมาก หรือท่าใครไม่อยากเดิน บนภูก็มีจักรยานให้ปั่นนะครับ 
แต่ผมว่าเดินจะดีกว่า จะซึมซับบรรยากาศได้มาก
กว่า เพราะว่าถ้าปั่นอาจจะลำบากกว่าเดินอีกนะครับ บางพื้นที่ก็เป็นทรายนะครับ แปลกนะครับ บนภูเขามีทรายด้วยครับ 
เทปนี้เมื่อปี 08 ใครยังไม่ได้ไปพิชิตก็ลอง
ไปดู ผมว่ามันให้อะไรมากกว่านั้นอีก
ตอนนั่งกินข้าวที่ผาแดงมี
เจ้าหมูป่าออกมาด้อมๆมอง
ๆ และก็หาอะไรกินอยู่
 
       
           

ดูพระอาทิตย์ตกก็ต้องดูพระอาทิตย์ขึ้นดูพระอาทิตย์ขึ้นก็ต้องดูพระอาทิตย์ตกสโลแกนของเราชาวโกออน Sunshine&Sunset  เป็นเรื่อง
ปกติครับไปเี่ที่ยว ไหนทั้งทีก็ เที่ยวให้คุ้มครับ กว่าจะเดินขึนไปถึง ต้องใช้ความอุตสาหะน่าดูครับ และจะดูพระอาทิตย์ขึ้นก็ต้องอุตสาหะ
อีกเช่นกันครับ เพราะต้องตื่นตั้งแต่ตีห้าครับพี่น้อง เพื่อที่จะต้องเดินไปอีกประมาณ 2 กิโลเองครับ แค่ 2 กิโล (กล้าพูดเนอะ)จริงๆนะครับ
เดินตอนเช้าๆเี่นี่ยะๆ ไม่เหนื่อยเลยครับ และอีกอย่างช่วงที่พวกผมไปก็ช่วงหน้าหนาวครับ เดือนธันวาคม อุณภมิต่ำสุดก็แค่ 4 องศาครับ
พี่น้อง อยู่ในเต้นตอนเที่ยงเป๊ะ ยังไม่ร้อนเลยครับพี่น้อง (จะกะไรได้ไม่ร้อนจริงๆครับ แต่กลับมาเนี่ยะครับผิวจะไหม้ซิครับ)  อากาศดีสุดๆ
ชอบครับ น้ำไม่อาบเลยครับ อยู่5 วันบนนั้นอาบน้ำวันเดียว อิ...อิ.... เอ้ามาเข้าเรื่องดีกว่าครับดูพระอาทิตย์ขึ้นครับ ผานกแอ่น สุดยอด
ใครยังไม่ได้ไปต้องไปครับ ครั้งหนึ่งในชีวิต อย่างที่เค้าว่ากันแหละครับ ดูพระอาิทิตย์ขึ้นแล้ว ยังมีโต๊ะกาแฟเล็กๆไว้คอยบริการด้วยนะครับ
รอดูพระอาทิตย์ขึ้นไปด้วย จิบกาแฟไปด้วย...โอ้โห...พี่น้องครับ..ไม่รักกันวันนี้ก็ไม่รู้จะรักวันไหน...เออ..ว่าแต่ทำไมเค้าไม่ไปประชุมสภา
กาแฟกันที่ผานกแอ่นเนอะ....เค้าจะได้รักกัน......เอ้า....เอ้า........
       พอหลังจากที่พวกเราชาวโกออนดูพระอาทิตยขึ้น์และส่งพระอาทิตย์ขึ้นฟ้าไปเรียบร้อยแล้ว พวกเราก็เดินย้อนกลับไปทางที่พักและ
มีทางแยกเดินไปลานพระวัดพระแก้ว ซึ่งตัวอาคารวัดไม่มีแล้วครับ จะเป็นลานโล่งๆ มีองค์พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประดิษฐานอยู่กลางลาน 
พวกเราก็แวะไหว้พระขอพรขอความเป็นสิริมงคลเข้าตัว และก็ไม่ลืมที่จะหยอดตู้รับบริจากซะหน่อยครับ ทำบุญบนที่สูงๆ จะได้ใกล้ๆสวรรค์
หน่อยครับ (ผมหมายถึงตอนที่ไม่อยู่บนโลกนี้แล้วนะครับ)ลืมบอกไปครับเดินไปแค่อีกประมาณ 500 เมตรเองครับ 
บรรยากาศบริเวณกางเต้นท์
นี่ก็เป็นบรรยากาศบริเวณที่พักครับพวกผมเลือกพักเต้นครับ มาถึงนี่แล้วครับมาสัมผัสธรรมชาติ ก็ต้องพักแบบธรรมชาติครับ เต้นคืนละ500บาท ถุงนอน ผ้าห่มอีกต่าง
หากครับ ชุดละ 20 และก็30บาทครับแต่ว่าพวกผมได้รับความอนุเคราะห์จากพี่ๆที่อุทยานครับ ก็ขอขอบคุณมากๆนะครับ ใจดีจริงๆ           แต่ถ้าคิดจะไปพักช่วงวันหยุดหรือช่วงเทศกาลก็ต้องจองบ้านหรือเต้นกันไว้ก่อนก็ดีนะครับ เพราะว่าบางวันก็เต็มครับ และที่ชอบมากก็เจ้ากวางน้อยตัวใหญ่
่เนี่ยะแหล่ะครับ มันน่ารักดี แต่ถ้าเป็นพวกของกินก็อย่าวางข้างนอกนะครับ เพราะว่าเดี๋ยวจะกลายเป็นอาหารของเจ้ากวางน้อยไป
   
ส่วนการเดินทางขึ้นภูกระดึงนั้นก็ไม่ลำบากครับ ฮือ..ฮือ.....(สำหรับคนอื่นนะ แต่ผมอ่ะดิ...)
ภาพด้านล่างนี้ก็จะเป็นบรรยากาศตอนเดินขึ้นภูกระดึงครับ เิดินไปเรื่อยๆ ก็จะมีจุดพักและจุดเค้าจะเีรียกว่า"ซำ"ครับ จุดแรกที่เดินไปถึงนี้
ระยะทาง 1 กม.ครับ กว่าจะถึง"ซำแฮก" ก็เล่นซะแฮ๊ก....แฮ๊ก....เลยหล่ะครับ นี่เพิ่งเดิน กิโลเดียวนะครับ ทางเดินก็จะเป็นทางดินแนวชัน
บ้างสลับกับบันไดปูนครับ แฮ๊กนิดหน่อยไม่เป็นไรครับ  เอ้า...ไปต่อ
     

   พวกเราชาวโกออนได้เดินทางไปถึงตีนเขา ตอนเย็นแล้วหาที่พักบริเวณใกล้ๆ ราคาไม่แพงครับ 250-350บาท เป็นรีสอร์ทบ้านหลังเล็กๆ  แต่ก็ส่วนตัวดีครับ ที่พวกเราไปก่อนเพราะว่า 
เราเองกลัวว่าจะเดินตอนเช้าไม่ไหวอ่ะครับ เพราะว่าต้องแบกสัมภาระเกี่ยวกับการทำงานขึ้นไปด้วยครับ เพราะว่าต้องเดินไปด้วยถ่ายงานไปด้วยครับ พวกผมตื่นตอนเช้า6โมง
ขับรถไปอีกประมาณ 8 กิโลเมตร์เข้าุอุทยานจ่ายค่าบัตรรถ 30 บาท แล้วก็เข้าในอุทยานเลยครับ พอถึงหน้าที่ำทำการอุทยานแล้วก็ดำิเนินการติดต่อที่ทำการอุทยานกันเลยครับ
ติดต่อเรื่องที่พัก เรื่องโหลดของ (จ้างให้เค้าแบกกระเป๋าครับ) กิโลละ 15 บาทพวกผม5คนโดนค่าแบกไป 1300 บาท(เฉพาะขาขึ้น)แล้วก็รับบัตรมาเพื่อไว้ติดต่อขอรับสัำมภาระ
ข้างบนอีกทีนึง ซื้อบัตรค่าธรรมเนียมเดินขึ้นภูคนละ 30 บาท  แล้วก็พวกประเภทกล่องโฟมทางอุทยานเค้าห้ามเอาขึ้นไปนะครับ เมื่อติดต่ออะไรเสร็จก็ลองท้องด้วยอาหารเบาๆ
บริเวณที่ทำการแหล่ะครับ มีร้านอาหารหลายร้านเลยอยู่ตรงทางขึ้นอ่ะครับ

  
   กว่าพวกเราจะได้เดินขึ้นประมาณ9.30น.เพราะว่ามัวแต่ช้าเรื่อง ทำเอกสารเกี่ยวกับการถ่ายทำหน่ะครับ แต่เค้าก็เปิดให้ขึ้นตั้งแต่ 8โมงแล้วหล่ะ  หลังจากทำทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว
พวกเราก็เดินเลยครับ  (ผมแนะนำไว้ก่อนนิดนึงนะครับ ถ้าไม่จำเป็นอย่าถืออะไรขึ้นไปเลยนะเดินตัวเปล่าๆ อ่ะดีที่สุด แล้วก็ถ้าคิดว่าตัวเองจะเดินไม่ไหวจริงๆ ติดไม้เท้าที่อยู่ตรงตีนเขาขึ้นไปด้วยครับ
ต้อง2อันด้วยนะครับ ช่วยได้มากทีเดียวครับอีกอย่่างนะสำหรับคนขี่ปวดเมื่อย ให้พกเค้าเตอร์เพลติดตัวไปด้วย  แล้วก่อนขึ้นก็ไหว้เจ้าป่าเจ้าเขาก่อนนะครับ มีศาลาเล็กๆอยู่ตรงทางขวาก่อนขึ้นหน่ะครับ 
   เราก็เริ่มเดินจากเสาหลัก 0 กม.ครับ ระยะทางประมาณโดยเฉลี่ย1กม.ก็จะมีที่พักให้ครับ แต่กิโลแรกที่เดินเนี่ยะ เล่นซะแฮ๊กเลยครับเค้าถึงตั้งชื่อว่า "ซำแฮก"

จากข้างล่างเดินขึ้นไป1กิโลเมตรทางค่อยข้างชันครับเป็นทางดิน และก็บันไดครับ หรือบางช่วงก็ก็จะมีทั้ง
บันได้และก็ทางดิน โดยส่วนตัวแล้วผมคิดว่าเดินดินจะเหนื่อยน้อยกว่าเดินบันได้ครับ หรืออาจจะแล้วแต่
ความถนัดของร่างกายแต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกันครับ เดินขึ้นไปได้1กิโลเนี่ยะก็ดีใจแล้วหล่ะครับ ดูจาก
กันด้วยละกันครับ
ดูจากในรูปอาจจะดูเหมือนทางจะไม่ชันเท่าไหร่หล่ะครับ แต่จริงๆแล้วเกือบจะเป็นแนวตั้งแหน่ะ เว่อร์ไปหรือ
เปล่าไม่รู้แต่ว่าทางชันอย่างแน่นอนครับ เวลาเดินก็อย่าไปคิดมากครับ เดินชมธรรมชาติไปเรื่อยๆ ซึมซับกับ
บรรยากาศสองข้างทางไปเรื่อยๆ ชิวดีครับ แล้วอีกอย่างพวกผมไปหน้าหนาวครับอากาศก็เลยดี แต่ออกจะชื้น
นิดๆ ครับจมูกจะชื้นๆครับ การเดินขึ้นภูครับข้อสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามครับ รองเท้าครับ ก็น่าจะเป็นรองเท้าผ้า
ใบที่ใส่เดินแล้วสบายเท้าอ่ะครับ
               
ระหว่างกิโลเมตรที่2 3 4 ทางก็เดินขึ้นเหนื่อยแบบเรื่อยๆครับแต่ถ้าเราไม่คิดอะไร
มากมายเดินไปเรื่อยๆอย่ากังวลอะไรมันก็ไม่เหนื่อยหรอกครับ เพราะผมเห็นน้อยๆ
บางคนเดินไปก็แฮ่กไป บ่นตลอดทาง แต่บางคนวิ่งก็มีนะครับ แต่ทางพี่ๆที่อุทยาน
บอกว่าไม่ควรจะวิ่งนะครับ ทางเป็นทางชัน พื้นที่ต่างระดับ ถ้าวิ่งจะเกิดอันตราย
ได้ง่ายๆนะครับ 
ไม่เหนื่อยหรอกครับ เดินไปเรื่อยๆ ผมเองก็เหนื่อยนะ แต่ก็ไปโดยหน้าที่บวกกับ
ความที่อยากเป็นบุคคล คนหนึ่งที่ได้ขึ้นไปบนนั้นแล้ว คำร่ำรือว่าโหดมากมาย
ก็เลยอยากจะไปสัมผัสกับความรู้สึกแบบนั้นบ้าง พวกผมก็เลยไปเลยครับ
    "ครั้งหนึ่งในชีวิตเราคือผู้พิชิตภูกระดึง" ไป......เดินต่อไป.......
       

ตอนนี้ก็มาถึงกิโลที่4จะไปกิโลที่5 กว่า ๆครับพักกันก่อนครับ เดินก่อนหน้านี้ก็พักกันมาเรื่อยๆอยู่แล้วหล่ะครับ พอมาถึงซำกกโดนก็พักกัน
อย่างจริงจัง กันอะไรนิดๆ หน่อยๆ รองท้องกันก่อนเพราะตอนนี้ก็น่าจะเกือบเที่ยงแล้ว ของกินเยอะครับ วิวก็สวย พอมองลงไปข้างล่างแล้ว
ก็ทำให้รู้สึกดีครับ เพราะเรารู้ว่าเราเดินมาถึงเนี่ยะแล้วนะ สูงนะ เดินกันมาได้อย่างไร แอบปลื้มตัวเองนิดหน่อยครับ มาถึงซำนี้แล้วก็ลองชิม
ไอติมของลุง ขายอยู่ในเพลิงร้านค้าบนนั้นอ่ะครับ ชื่นใจดีเหมือนกัน กินไอติมบนภูเขา เพราะคำร่ำรือต่อไปก็คือ ระยะทางจากกิโ่ลที่ 4-5
เนี่ยะ หฤโหดมาก ตอนแรกพวกเราก็ไม่ค่อยแน่ใจหรอกครับเป็นยังไง รู้แต่ว่าเค้าบอกว่าโหด แต่อย่างไรก็ต้องเดินต่อไปครับมาตั้งครึ่งทาง
กันแล้วก็ต้องเดินต่อไปครับผมได้กำลังใจดีด้วยครับ ผมก็น่าจะแ่ก่สุดในกลุุ่ม ไม่น่าจะ..หรอกครับ แก่กว่าแน่ๆ น้องๆให้กำลังใจตลอด ไป..
ไปต่อ ลุยต่อ ..เมื่อพักทานอะไรนิคหน่อยกันเรียบร้อยแล้วพวกเราก็เดินกันต่อ(ที่ไม่อยากทานเยอะเพราะว่าเกรงว่าจะเดินกันไม่ไหวอ่ะครับ)
     แล้วพวกเราก็เดินทางกันต่อครับ อ้อลืมบอกไปครับ ห้องน้ำเค้ามีบริการตลอดจุดพักนะครับ จุดใหญ่ก็มีเยอะหน่อย ห้องน้ำก็ไม่ขี้เหร่ครับ
ไม่ต้องกังวลใจ แล้วพวกเราก็เดินกันต่อไป เดินขึ้นได้ประมาณ30เมตรก็เริ่มแฮ่กครับดูทางจากรูปข้างล่างกันเอาเองครับ ชันแล้วแถมยัง
เป็นโคดหิน ต้องเดินแบบปีนๆอ่ะครับ พวกผมอาจจะอ่อนการเดินป่าหน่อยนะครับ ผมก็เลยเขียนตามความรู้สึกของผมเอง สำหรับคนที่
เชี่ยวชาญการเดินก็อาจจะบอกว่าเด็กๆ อ่ะ่ครับ แต่ยังไงก็ทางชันแน่ๆครับ อ่ะเดินต่อไป  

เดินไปตามทางแบบนี้อ่ะครับไปเรื่อยๆ สลับกับบันได บันไดนะดูเหมือนธรรมดานะ แต่เล่นเอาขาสั่นได้เหมือนกัน
อ่ะเดินมาถึงบันไดชุดนี้ก็เป็นชุดสุดท้ายเกือบจะถึงแปแล้วครับ บันไดก็พาวนซะนะ จะถึงอยู่แล้วอีกนิดเดียว คนเดินสวนมาให้กำลังใจ น่ารักดีนะครับ พอได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกดีขึ้นมาเลยทีเดียว ไป...สู้...สู้....
 
มาถึงแล้ว ถึงหลังแปครับ แล้วก็เจอป้ายก็ถ่ายรูปซะหน่อย วิวสวยครับ  พอถึงตรงนี้เราก็พักกันอีกรอบครับ ตอน
ก็น่าจะบ่าย2กว่าแล้วหล่ะครับ ต้องเดินจากตรงนี้ไปอีกประมาณ 3.5 กิโลเมครครับ แต่เป็นทางเรียบ ทางเรียบ
ไม่ชันก็จริง แต่ว่าเป็นทรายครับผม ทรายครับ คิดเอาเองละกัน หุ...หุ.....
               
Copyright 2009 by goonthailand.com : email: goonthailand@hotmail.com